สมัครเล่น GClub สิงห์9คนแม่นโทษดับนกขมิ้น 6-4 (1-1) ลิ่วรอบ4ดวลสาลิกา

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ สิงห์9คนแม่นโทษดับนกขมิ้น 6-4 (1-1) ลิ่วรอบ4ดวลสาลิกา

สิงโตน้ำเงินครามที่เหลือ 9 คนในช่วงต่อเวลาต้องยื้อถึงดวลจุดโทษ และยิงแม่นกว่าเขี่ยทีมจากเดอะแชมเปี้ยนชิพตกรอบ3ในเกมนัดรีเพลย์

สมัครเล่น GClub ฟุตบอล เอฟเอ คัพ รอบ 3 นัดแข่งใหม่ คู่ระหว่าง เชลซี อันดับ 4 จากพรีเมียร์ลีก เปิดสแตมฟอร์ด บริดจ์ รับการมาเยือนของ นอริช ซิตี้ อันดับ 13 เดอะแชมเปี้ยนชิพ โดยนัดแรกเสมอกัน 0-0 ที่บ้านของทีมนกขมิ้น

สิงห์บลู ยังไม่คืนฟอร์มเก่งเสมอมา 4 เกมติดต่อกัน ล่าสุดเจ๊าเลสเตอร์ ซิตี้ 0-0 นัดนี้ อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือชาวอิตาเลียนวางหมากมาในระบบ 3-4-3 นำมาโดยสามประสานในแนวรุกอย่าง เปโดร และ วิลเลียน สนับสนุน มิชิ บัตชูอายี หัวหอกคอยล่าตาข่าย

นกขมิ้น ฟอร์มดีไม่แพ้ใครใน 5 เกมหลัง ล่าสุดบุกชนะ บริสตอล ซิตี้ 1-0 เกมนี้ ดาเนียล ฟาร์เก้ เทรนเนอร์จัดทัพมาในระบบ 3-4-3 เช่นเดียวกัน นำมาโดยแผงเกมรุกอย่าง เจมส์ แมดดิสัน คอยผลิตสกอร์ร่วมกับ จอช เมอร์ฟี และ เนลสัน โอลิเวย์รา

นาทีที่ 7 เป็นโอกาสครั้งแรกของ เจ้าบ้าน จากจังหวะ เปโดร เลี้ยงบอลมาหน้าเขตโทษ ก่อนฝากมาที่ วิลเลียน ไหลต่อสั้นๆคืนให้กับ แดนนี ดริ้งวอเตอร์ ได้ลองซัดบอลหลุดกรอบออกไป

2 นาทีถัดมายังเป็นโอกาสของสิงโตน้ำเงินคราม วิลเลียน โยกหลอก จามัล ลูอิส ฟูลแบ็คขวาทีมเยือนในเขตโทษ ก่อนได้จังหวะยิงยัดเสาแรก แต่ แอนกัส กันน์ นายด่านล้มตัวปัดออกมาได้

นาทีที่ 14 เชลซี มาได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ และเป็น ดาวิด ลุยซ์ ได้วิ่งเข้ามายิงเน้นๆ แต่น้ำหนักเบาไปบอลพุ่งไปเข้ามือ กันน์ รับสบาย

นาทีที่ 25 เจ้าบ้านมาได้โอกาสอีกครั้ง จากจังหวะ วิลเลียน คืนบอลให้ แดนนี ดริ้ง วอเตอร์ ได้ตั้งป้อมซัดด้วยขวา บอลพุ่งหาประตู แต่ แอนกัส กันน์ ยังปัดไปชนคานเด้งออกมา

นาทีที่ 32 ทีมเยือนได้โอกาสลุ้นแบบจะๆครั้งแรก จากความผิดพลาดของ มิชี บัตชูอายี คืนหลังไปเข้าทาง เนลสัน โอลิเวย์รา ได้จังหวะหวดด้วยหลังเท้าหน้าเขตโทษ บอลย้อยชนคานอย่างจัง

เกมครึ่งแรกเป็ทาง สิงห์บลูส์ ที่ได้โอกาสยิงมากกว่า ส่วนทีมเยือนได้ตอบโต้บ้างเล็กน้อย แต่ยังทำอะไรกันไม่ได้ จบ 45 นาที เชลซี 0 นอริช 0

นาทีที่ 55 เจ้าถิ่นมาได้ประตูขึ้นำก่อน จากจังหวะ วิลเลียนไหลให้ เคเนดี้ ฟูแบ็คซ้ายเปิดเลียดเข้ามาหน้าประตูให้ มิชี บัตชูอายี แปเสยตาข่ายเข้าไปง่ายๆ สิงห์บลูส์นำ 1-0

นาทีถัดมา นอริช เกือบได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะไม่เข้าใจกันของเกมรับเจ้าถิ่น วิลลี กาบาเยโร ออกมารับบอลจากลูกเตะมุมก่อนทำบอลหลุดมือ หลัง อัซปิลิกวยต้า ไม่ปล่อย และแนวรับเจ้าบ้านเคลียร์ออกมาเข้าทาง จอช เมอร์ฟี ได้ยิงบอลพุ่งไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 65 ทีมเยือนได้โอกาสทองเพื่อตีเสมอ เมื่อ แดนนี ดริ้งวอเตอร์ เสียบอลในแดนตัวเอง ก่อน แฮร์ริสัน รีด จะฉกบอลและแทงทะลุช่องให้ เจมส์ แมดดิสัน ได้โอกาสยิงโล่งๆ ซัดด้วยขวา แต่ วิลลี กาบาเยโร ล้มตัวเซฟไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ

นาทีสุดท้ายช่วงทดเวลา นกขมิ้นมาได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะ ทิมม์ โคลเซ เปิดบอลจากทางฝั่งขวาเข้ามาให้กับ จามัล ลูอิส ได้โขกบอลชนเสาเข้าประตูไป ก่อนจบ 90 นาที เสมอกัน 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษ

นาทีที่ 14 ของช่วงต่อเวลาสิงโตน้ำเงินครามเกือบได้ประตูแซงนำ จากจังหวะ อัลบาโร โมราต้า ตัวสำรองไหลบอลให้ วิลเลียน ตรงกลางประตูก่อนซัดด้วยขวาไปติดเซฟ กันน์ จากนั้นจังหวะต่อมาเป็น วิลลียน ที่โยนบอลเข้ามาให้ โมราต้า ได้ดีดโล่งๆ แต่ กันน์ ยังเซฟไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม

ครึ่งแรกของช่วงต่อเวลาพิเศษกลายเป็นทีมเยือนที่ฮึดสู้บุกอย่างหนัก ก่อนช่วงท้ายจะเป็นโอกาสของเจ้าบ้านบ้างแต่ยังยิงไม่ผ่านมือนายทวารชาวอังกฤษ

นาทีที่ 25 ดาวิเด้ ซัปปาคอสต้า ได้โยนเข้าเขตโทษให้ อัลบาโร โมราต้า ได้โขกเหน่งๆ แต่ กันน์ ยังล้มตัวเซฟได้ทัน

2 นาทีต่อมาเจ้าบ้านต้องเหลือผู้เล่น 10 คน เมื่อ เปโดร มาโดนใบเหลืองที่สองและเป็นไปแดงไล่ออกจากสนามไป หลังทำฟาวล์ใส่ เวสล์ ฮูลาฮาน มิดฟิลด์ตัวสำรองทีมเยือน

นาทีสุดท้าย เชลซี เหลือผู้เล่นเพียง 9 คน เมื่อ อัลบาโร โมราต้า พุ่งล้มตบตาผู้ตัดสินในเขตโทษโดนใบเหลืองแรก ก่อนจะต่อว่าผู้ตัดสินและโดนใบเหลืองที่สองกลายเป็นใบแดงไล่ออกจากสนามทันที

ครึ่งหลังของช่วงต่อเวลาทั้งสองทีมทำอะไรกันไม่ได้ จบ 120 นาทีไม่มีผู้ชนะ ต้องดวลลูกโทษตัดสิน

– เชลซี = 1.วิลเลียน (เข้า) ,2. ดาวิด ลุยซ์ (เข้า) ,3.เซซาร์ อัซปิลิกวยต้า (เข้า) 4.เอ็นโกโล ก็องเต้ (เข้า) 5.เอเด็น อาซาร์ (เข้า)

– นอริช = 1.เนลสัน โอลิเวย์รา (ไม่เข้า) ,2. เจมส์ แมดดิสัน (เข้า) 3.มาริโอ วรานชิซ (เข้า) ,4 จอช เมอร์ฟี (เข้า)

และเป็น สิงโตน้ำเงินคราม ที่ยิงแม่นกว่าเอาชนะ นอริช ซิตี้ ด้วยสกอร์รวม 6-4 (1-1) ผ่านเข้าสู่รอบ 4 หรือรอบ 32 ทีมสุดท้ายไปเปิดบ้านพบกับ นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ที่เข้ามารออยู่ก่อนแล้ว