สมัคร Royal Online ล้อมโต๊ะ : 7 ทรรศนะช้างศึกกับภารกิจป้องกันแชมป์อาเซียน

สมัคร Royal Online

ศึกชิงจ้าวอาเซียนกำลังเริ่มขึ้นแล้ว โกล ประเทศไทย ขอเปิดโต๊ะสนทนากับ 7 ผู้คลุกคลีในแวดวงลูกหนังอาเซียน… โอกาสของไทย, ทีมม้ามืด และผู้เล่นที่น่าจับตามองในรายการนี้

สมัคร Royal Online ฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน AFF Suzuki Cup 2016 นับเป็นอีกหนึ่งรายการที่ได้รับความสนใจแฟนบอลทั่วทั้งอาเซียน เจ้าภาพร่วมรอบแบ่งกลุ่มครั้งนี้ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ และ เมียนมา ซึ่ง ไทย ในฐานะแชมป์เก่า อยู่ร่วม A กับ ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย และ สิงคโปร์ เจ้าของแชมป์สูงสุด 4 สมัย เทียบเท่า ทีมชาติไทย

เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ผู้เคยผลักดันดาวรุ่งลงเล่นรายการนี้ จนประสบความสำเร็จกลายเป็นขุมกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในภูมิภาค เมื่อ 2 ปีก่อน เลือกใช้ผู้เล่นชุดใหญ่ฟูลทีมอีกครั้ง กับโจทย์ที่มีเพียงหนึ่งเดียวคือ “แชมป์เท่านั้น”

การก้าวกระโดดสู่รอบ 12 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ทำให้ทุกชาติย่อมที่ต้องการจะโค่นไทยจับตามองพัฒนาการของเราครั้งนี้ ดังนั้นโจทย์ครั้งนี้อาจจะไม่ใช่งานที่ง่ายของแชมป์เก่า

โกล ประเทศไทย พาทุกท่านไปร่วมเปิดมุมมอง จาก 7 ผู้คลุกคลีอยู่กับทีมชาติไทยและนักเตะในภูมิภาคอาเซียน

แนะนำผู้ร่วมสนทนา

อกุง ฮาร์สยา : บรรณาธิการบริหาร – โกล อินโดนีเซีย

สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ : ผอ.สโมสรบางกอกกล๊าส เอฟซี, อดีตนักฟุตบอลและอดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย, แชมป์อาเซียนคัพ 3 สมัย และ อดีตนักฟุตบอลเอสลีก สิงคโปร์

วินฟรีด เชเฟอร์ : อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย

โชคทวี พรหมรัตน์ : อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ชุดแชมป์ซีเกมส์ 2015, อดีตนักฟุตบอลทีมชาติไทย แชมป์อาเซียนคัพ 1 สมัย และเคยค้าแข้งกับ 4 ลีกในอาเซียน (ไทย,เวียดนาม,สิงคโปร์,มาเลเซีย)

มาโน่ โพลกิ้ง : หัวหน้าผู้ฝึกสอน แบงค็อก ยูไนเต็ด, อดีตหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ยู-22

“บับเบิ้ล” ยิ่งรัก รักษ์สุวรรณ : ผู้สื่อข่าวกีฬา นสพ.คม ชัด ลึก, คอลัมนิสต์, พิธีกร, ผู้บรรยายเกม และ นักจัดการรายการวิทยุ

เซอร์จินโญ ฟาน ไดค์ : อดีตผู้เล่นทีมชาติอินโดนีเซีย และ อดีตกองหน้าสโมสรสุพรรณบุรี เอฟซี

คิดเห็นอย่างไร กับ การที่ ทีมชาติไทย เรียกผู้เล่นชุดใหญ่ลงทำการแข่งขัน ศึกชิงแชมป์อาเซียน ที่มีเป้าหมายเพียงแชมป์สถานเดียว

อกุง ฮาร์สยา : ภายใต้การคุมทีมของเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ผมเห็นความเปลี่ยนแปลงจากทีมชุดแชมป์เมื่อสองปีก่อนน้อยมาก พูดอีกอย่างก็คือ ซิโก้คุ้นเคยกับทีมของเขาดีมาก เขารู้จักลูกทีมเป็นอย่างดี ยังเล่นแทคติกเดิม ๆ และเขามีจิตใจกระหายชัยชนะที่สามารถชี้ชัยในทัวร์นาเมนต์อย่างเอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพ ได้ ด้วยประสบการณ์และคุณสมบัติที่เขามี ผมเชื่อว่าไทยจะเป็นตัวเต็งในการคว้าแชมป์สองสมัยติด

สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ : ซิโก้ คงต้องการนักเตะที่มีประสบการณ์เคยอยู่ในทีมมาก่อน เพราะสามารถร่วมงานกันได้ดี มีความเข้าใจระบบ ทีมเราดีกว่าทุกชาติในย่านนี้ และกำลังก้าวไปสู่ระดับเอเชีย เรากำลังมาถูกทางแล้ว อาจต้องใช้เวลาเพื่อปรับรายละเอียดต่างๆ

วินฟรีด เชเฟอร์ : เป้าหมายของไทยในรายการนี้ทุกครั้ง คือ การเป็นแชมป์ ทีมชาติไทยคือทีมที่ดีที่สุดในอาเซียน และการเป็นแชมป์ครั้งนี้ อาจจะไม่ใช่เรื่องยาก แต่สิ่งที่ผมกังวลคือเรื่องแท็คติกและมันอาจจะเป็นปัญหาสำหรับทีมชาติไทย

โชคทวี พรหมรัตน์ : แม้ผู้เล่นส่วนใหญ่จะมาจากชุดแชมป์ปี 2014 แต่เราจะได้เห็นความแตกต่างอย่างแน่นอน ครั้งก่อนเราใช้ชุด ยู-23 แบกอายุไปเล่น เวลาผ่านไป 2 ปี เด็กๆชุดนั้นได้เติบตัวขึ้นมา ผ่านประสบการณ์ระดับเอเชีย ดังนั้นครั้งนี้ ทุกชาติจะได้เห็นทีมชาติไทยที่เป็นชุดใหญ่ของจริง และแกร่งกว่าเดิม

อันดับโลกทีมชาติไทยทุกชุด ทุกรายการ

มาโน่ โพลกิ้ง : ซิโก้ คุมทีมมาสองปีกว่า เขาพยายามตัดสินใจในสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ และด้วยผู้เล่นชุดนี้ต่างพาทีมประสบความสำเร็จโดยตลอด ผมจึงเชื่อว่าเขาจะทำได้อีกครั้ง

บับเบิ้ล : การเรียกนักเตะชุดใหญ่ไป ก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดอะไร ถ้ามองในมุมของการเตรียมทีมสำหรับรอบคัดเลือก ฟุตบอลโลก เพียงแต่ว่า ระดับอาเซียนด้วยศักยภาพที่เหนือกว่า ผมมองว่าน่าจะเปิดโอกาสเรียกผู้เล่นหน้าใหม่เข้าไปใช้งานมากกว่านี้

เซอร์จินโญ ฟาน ไดค์ : ผมคิดว่าตัดสินใจถูกที่เลือกผู้เล่นชุดนี้ ทีมชาติไทยมีนักเตะที่เคยคว้าแชมป์จากครั้งก่อน และพวกเขาก็พัฒนาขึ้นมาจากคราวที่แล้ว ที่ ซิโก้ ตัดสินใจแบบนี้ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะโค้ชย่อมต้องผลการแข่งขันที่ดี่ที่สุด

จุดแข็งและจุดอ่อนของ ทีมชาติไทย

อกุง ฮาร์สยา : จุดแข็งอยู่ที่ความคุ้นเคยระหว่างซิโก้กับทีม พวกเขารู้จักกันดี เล่นแทคติกเดิมมาสองปีแล้ว เสถียรภาพคือกุญแจสำคัญ แต่มันอาจส่งผลเสียได้เช่นกัน ทีมไม่ควรจะนิ่งเกินไป การแข่งขันแย่งตำแหน่งตัวจริงมีน้อยมาก ทุกคนรู้ดีว่าใครจะเป็นตัวจริงทีมชาติไทย ใครจะเล่นตรงไหน แม้ว่าซิโก้จะมีตัวเลือกในทีมไม่น้อยก็ตาม แต่ถึงความนิ่งอาจเป็นอันตราย

ไทยก็ยังมุ่งมั่นจะป้องกันแชมป์อย่างยิ่ง ผู้เล่นต้องหวังจะฝากผลงานให้เป็นที่จดจำ และเพื่อถวายเกียรติแก่พระบาทสมเด็จปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ท่านทรงพระราชทานกำลังใจสำคัญให้ทีมคว้าแชมป์เมื่อสองปีก่อน

สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ : สภาพร่างกายผู้เล่นเรามีความพร้อมเต็มที่ เรื่องความเข้าใจเกม รวมถึงแทคติก ยังคงเป็นจุดแข็ง แต่อยากให้มีสมาธิ ตั้งใจเล่นเกมของเราไป เพราะอาจมีปัจจัยอื่น เรื่องของกรรมการเข้า อย่าไปมีอารมณ์ อีกอย่างเราเป็นทีมที่ดีสด ทุกชาติย่ามนี้ย่อมต้องการที่จะโค่นเรา ต้องไม่ประมาท มีวินัย มีสมาธิ เพราะเราเหนือกว่าพวกเขาอยู่แล้ว

วินฟรีด เชเฟอร์ : อย่างที่บอกโอกาสแชมป์สำหรับไทยถือว่าสูงมาก จุดแข็งก็คือเรื่องสปิริตของทีมชาติไทยและความมั่นใจ ปีนี้ถือเป็นปีที่โศกเศร้าของชาวไทยที่ต้องสูญเสียพระมหากษัตริย์ นักเตะทุกคนจะเล่นด้วยหัวใจเพื่อชาวไทย ยิ่งทำให้โอกาสลุ้นสูงขึ้น สิ่งที่ผมกังวลยังคงเป็นเรื่องแท็คติกและกลยุทธ์

โชคทวี พรหมรัตน์ : เราแข็งแกร่งกว่าแทบทุกด้าน ทั้งขุมกำลัง ระบบลีก นักเตะตัวหลักก็เล่นด้วยกันในสโมสร ยิ่งมีความเข้าใจกันสูง เรียกว่าความสัมพันธ์ในทีมที่ดีมากๆ ส่วนจุดอ่อน ถ้าในระดับอาเซียน ผมว่าเราแทบจะไม่มีเลย เพราะทีมชุดใหญ่เราดีกว่าทุกชาติในอาเซียน

มาโน่ โพลกิ้ง : จุดแข็งจุดอ่อน ผมขอไม่พูด แต่ผมคิดว่าทีมชาติไทยคือตัวเต็งในรายการนี้เสมอ นักเตะไทยคือผู้เล่นที่ดีที่สุดในอาเซียน นี่คือทีมมีโอกาสเข้าใกล้แชมป์มากสุด

บับเบิ้ล : จุดแข็ง เรามีทีมที่มีคุณภาพกว่า เล่นได้ดีกว่า จุดอ่อนอาจจะเป็นเรื่องผู้เล่นที่เรียก กองหน้าอาชีพ มาน้อยเกินไป 2 คนเท่านั้น เพราะในระดับอาเซียน คงไม่มีใครมาเปิดหน้าแลกกับไทย เราเป็นฝ่ายต้องเกมทำรุกเขาใส่เขา น่าเป็นห่วงนิดนึง หากเราต้องเจอกับการแพ็คเกมรับที่แน่นหนา อาจมีตัวเลือกให้ใช้งานน้อยไป

เซอร์จินโญ ฟาน ไดค์ : จุดแข็งของไทยคือ ทีมชุดนี้เล่นด้วยกันมานาน และ นักเตะส่วนใหญ่ก็ค้าแข้งในทีมยักษ์ใหญ่ไทยลีก ซึ่งเป็นลีกที่ดีที่สุดในอาเซียน จุดอ่อนผมคิดว่าน่าจะเป็นเพราะพวกเขาเป็นทีมที่ดีนี่แหละ เลยทำให้บางครั้งพวกเขาอาจจะประมาทหรือไม่ได้ทำเต็มที่ นั่นก็จะเป็นสาเหตุที่ทำให้ทีมอื่นชนะไทยได้

เต็งแชมป์ และม้ามืด

อกุง ฮาร์สยา : ไทยอาจเป็นตัวเต็ง แต่ไม่ใช่ว่าทีมอื่นจะสร้างเซอร์ไพรส์ไม่ได้ กลุ่มบีเป็นกลุ่มที่เปิดกว้างมาก ทุกทีมแพ้ชชนะกันได้หมด แม้แต่กัมพูชาก็มองข้ามไม่ได้ ผมคิดว่ากัมพูชาอย่างน้อยต้องมีแต้มจากสักทีมในกลุ่ม แต่ที่เป็นไปได้มากที่สุดที่จะสร้างเซอร์ไพรส์ก็คือเวียดนามที่สปิริตนักสู้แรงเหลือเกิน

สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ : ม้ามืดผมให้ เจ้าภาพฟิลิปปินส์ ด้วยผู้เล่นลูกครึ่งทีเขามี และก็ มาเลเซีย เวียดนาม ผมยังมองว่าน่าจะมีแค่ 3 ชาตินี้ แต่ทุกอย่างขึ้นกับเรา ถ้าเล่นกันอย่างมีวินัย ไม่มีชาติไหนโค่นไทยลงได้

วินฟรีด เชเฟอร์ : ทีมที่เป็นเต็งแชมป์ อันดับหนึ่งคงหนีไม่พ้นทีมชาติไทย ส่วนที่น่าจับตามอง คือฟิลิปปินส์ นอกจากสปิริตของทีมแล้ว วินัยในทีมของพวกเขายังดีอีกด้วย และนี่คือทีมที่ไทยต้องห้ามประมาท

นอกจากนี้ ทีมอื่นๆต่างพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ ไม่ใช่แค่ทีมชาติไทยทีมเดียว ถ้าหากทีมชาติไทยไม่ทุ่มเทเต็มร้อยและหรือเล่นพลาดง่าย ก็อาจจะมีปัญหาได้ ดังนั้น เกียรติศักดิ์ ควรต้องโฟกัสเรื่องนี้ เพราะแท็คติกและกลยุทธ์คือกุญแจสำคัญ

โชคทวี พรหมรัตน์ : แน่นอนต้องเป็น ทีมชาติไทย ชาติอื่นๆยังห่างเกมการแข่งขันไปนาน เนื่องจากไม่ผ่านเข้ารอบ 12 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลก โซนเอเชีย เหมือนกับเรา ที่ได้มีการแข่งขันตลอด และเจอคู่แข่งที่เป็นทีมระดับทวีป

ส่วนม้ามืดผมให้ เวียดนาม และอย่ามองข้าม ฟิลิปปินส์ ชุดนี้ที่มีนักเตะลูกครึ่งกลับมาช่วยทีม ส่วนชาติอื่น อย่าง มาเลเซีย น่าจะได้รับผลกระทบไม่น้อยจากการที่สโมสรมีปัญหากับทีมชาติ ส่วน สิงคโปร์ เราน่าจะมองข้ามไปได้แล้ว และ เมียนมา ที่ใช้ผู้เล่นอายุน้อยที่ผ่านชิงแชมป์โลก (ยู-20) ก็ต้องแบกกระดูกมาเล่นกับเรา คงเป็นงานหนักของพวกเขา

มาโน่ โพลกิ้ง : ทีมชาติไทยแบบไม่มีข้อสงสัย สำหรับ เวียดนาม ถือเป็นอีกทีมที่น่ากลัว รวมถึงทีมที่ได้เป็นเจ้าภาพทั้งฟิลิปปินส์ และเมียนมา เพราะเขาจะได้เล่นในบ้านของตัวเอง ซึ่งมีแฟนบอลให้การสนับสนุนมากมาย ในเกมฟุตบอลจุดนี้ก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน

บับเบิ้ล : แชมป์คงเป็น ไทย เราค่อนข้างหนือกว่าทีมอื่น ส่วนม้ามืด คงหนีไม่พ้นหน้าเดิมๆ อย่าง เวียดนาม ถ้าพวกเขาไม่สะดุดล้มกลางทางเสียก่อน คงได้เข้าชิงกับ ไทย ส่วนชาติอื่น อย่าง สิงคโปร์, มาเลเซีย ไม่น่าไหว เช่นเดียวกับ ฟิลิปปินส์ ที่ผมว่าสุดท้าย พวกเขาก็คงไม่ไปถึงฝั่งเหมือนเช่นเคย

เซอร์จินโญ ฟาน ไดค์ : ผมคิดว่าไทยคือตัวเต็งที่จะคว้าแชมป์ในครั้งนี้เหมือนเดิม ฟิลิปปินส์ น่าจะเป็นม้ามืด พวกเขาพัฒนาขึ้นมากในช่วงปีที่ผ่านมา และทำได้ดีในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ส่วนอินโดนีเซียก็มีโอกาสที่จะสร้างเซอร์ไพรส์ ด้วยทีมพลังหนุ่ม แต่พวกเขาจำเป็นต้องทำให้ดีในเกมแรก เพื่อเรียกความมั่นใจในการทำการแข่งขันรายการนี้

นักเตะที่น่าจับตามอง และผู้เล่นยอดเยี่ยม

อกุง ฮาร์สยา : ชนาธิป สรงกระสินธ์ “เมสซีไทย” ผู้เล่นพรสวรรค์สูงที่สุดของอาเซียนในขณะนี้ ตัวเขาต้องการแชมป์เพื่อยกระดับไปสู่เอเชียอีกสักนิด เขาอาจเป็นผู้เล่นที่ไม่มีใครหยุดได้ แต่ขึ้นอยู่ว่าตัวเขาพร้อมจะรับมือความกดดันและพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นได้หรือไม่ ว่าพร้อมจะก้าวไปสู่อีกระดับแล้ว

สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ : คงต้องเป็นนักเตะไทย อย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์, ธีราทร บุญมาทัน, กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ และ ธีรศิลป์ แดงดา รวมถึงคนอื่นๆก็น่าจะได้แจ้งเกิด หากเกมรุกเราน่าจะไหลลื่น ผู้เล่นยอดเยี่ยม คงหนีไม่พ้น ชนาธิป หรือ ธีรศิลป์

วินฟรีด เชเฟอร์ : เหมือนทุกครั้ง ผมคาดว่า เมสซีเจ จะสร้างความประทับใจให้กับทุกคนด้วยทักษะอันยอดเยี่ยม และผมหวังว่า เฮดโค้ชไทย จะให้โอกาสนักเตะคนอื่นๆ หรือพวกนักเตะอายุน้อยๆคนอื่นบ้าง

โชคทวี พรหมรัตน์ :.แนวรุกเราทุกคน ล้วนเป็นผู้เล่นที่น่าจับตามอง เกมที่พบกับ ออสเตรเลีย ถือเป็นมิติใหม่ของการเปลี่ยนแปลงระบบการเล่น ส่วนคนที่ผมคิดว่าน่าจับตามองคงเป็น “ปีโป้” สิโรจน์ ฉัตรทอง เขามีความแข็งแกร่ง กล้าเล่น ไม่มีความตื่นเต้นเลย แม้เจอคู่แข่งอย่างออสเตรเลีย ดังนั้นถ้าเขาสามารถแจ้งเกิดในทัวร์นาเมนต์นี้ได้ ทีมชาติไทยจะมีกองหน้าที่เป็นตัวความหวัง ไว้ใช้งานในระยะยาวเพิ่มมาอีก 1 คน

ส่วน MVP ผมยังให้ “เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ ครั้งนี้ทุกคนจะได้เห็นเขาเล่นได้อย่างสมบรูณ์แบบกว่าครั้งที่ผ่านมา

มาโน่ โพลกิ้ง : เมสซีเจ ยังเป็นนักเตะที่น่าจับตามองที่สุดเหมือนเดิม เขาอายุมากขึ้นกว่าครั้งที่แล้ว และมีประสบการณ์มากมาย ส่วนอีกคนที่มีลุ้นคือ ธีรศิลป์ แดงดา เขาคือกองหน้าที่ดีที่สุดในอาเซียน ที่สุดแล้ว ผมคิดว่า ชนาธิป จะได้รางวัลนี้ไปครองอีกครั้ง

บับเบิ้ล : เจ ชนาธิป สรงกระสินธ์ เขามีลุ้นรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมอีกครั้ง, มุ้ย ธีรศิลป์ แดงดา มีโอกาสได้ดาวซัลโวสมัยที่ 2 เช่นเดียวกับ ตังค์ สารัช อยู่เย็น ที่เป็นอีกหนึ่งนักเตะที่น่าจับตามอง

เซอร์จินโญ ฟาน ไดค์ : นักเตะที่น่าจับตา ผมมองว่า ยานโต้ บาสนา กองหลังวัย 21 ปี ของอินโดนีเซีย เขาแข็งแกร่งมากและมีอนาคตที่สดใส ส่วน MVP เมสซี่เจ น่าจะได้อีกครั้งนะ ผมคงไม่อธิบายสรรพคุณว่าเขายอดเยี่ยมอย่างไร ทุกคนในอาเซียนน่าจะรู้ดีอยู่แล้ว